วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Review : ร้าน Hello Kitty Shops in Tokyo

Review : Hello Kitty shops in Tokyo
https://www.youtube.com/watch?v=C4P8ePd_GRA

@Ginza
@Skinjuku
@Sunshine City
@Ikebukuro
@109Men's Shibuya
@Shibuya109
@Harajuku
@Tokyo Sky Tree
@DiverCity Odaiba
@Decks Odaiba
@Narita Airport
@KiddyLand VenusFort
@KiddyLand Harajuku


          เพิ่งญี่ปุ่นมาอีกเป็นครั้งที่ 4 รอบนี้ไป 14 วัน ก็เจอเพื่อนฝูง บลาๆ ดื่ม กิน ร้องเกะ 

          เริ่มเบื่อแล้วววว พูดจริงๆ นะ ช๊อปปิ้งจนกระเป๋าแบนเลย คราวหน้าจะเน๊นไปเมืองไทยดีกว่า เพราะญี่ปุ่นแพงจริงๆๆๆๆๆๆ แสนสาหัส :P 


         อันนี้เป็นวีดีโอคลิปที่เราไปญี่ปุ่นมาเมื่อเดือนตุลาคม 2016 ถ่ายทำเองทั้งหมด เป็นคนบ้าฮัลโหลคิตตี้มาก หมดไปเยอะมากด้วย และเราก็เป็นขาช้อป ไปทุกช้อปที่มีฮัลโหลคิตตี้ขาย เพราะแต่ละที่มักจะมีของแตกต่างก้นออกไป

ฮัลโลวีน เป็นผี Hello Kitty :D

มาดูสินค้าช้อปปิ้ง 14 วัน ณ โตเกี่ยว ญี่ปุ่น Tokyo,Japan 















ไม่อยากรวมราคาเลยอะ ไม่อยากรับรู้
^^

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Review น้ำตบ Biotherm : Life Plankton Essence


ทำไมถึงซื้อมาใช้
1. อยากหาอะไรมาแทน น้ำตบ SKII
2. มีโปรฯ ดี ลดราคาบ่อย
3. คนรีวิวว่าดีเยอะ 
4. หาซื้อง่าย



          น้ำตบ Biotherm : Life Plankton Essence ขนาด 125ml ราคาเต็ม 2,140 บาท (535 kr) ซื้อมาในราคาลด 1,604 บาท (401 kr.) ซื้อที่นอร์เวย์ ราคาขึ้นลงขึ้นกับค่าเงิน ณ ตอนนั้น






วิธีใช้ 
1. หลังล้างหน้าเสร็จ เขย่าน้ำตบ
2. ตบๆ แปะๆ ไปบนใบห้า เช้าเย็น




สรรพคุณที่เห็นผลจริง ซื้อจริง ใช้จริง
- ผิวชุ่มชื่นขึ้น เหมือนมีน้ำในหน้า
- กระชับนิดหน่อย


หลังสามเดือนหน้าเริ่มไม่รู้สึกอะไรกับผลิตภัณฑ์



คะแนน
ผลลัพธ์บนใบหน้า ให้คะแนน 6/10
ราคา                      ให้คะแนน 6/10

Review Estee Lauder : รีวิว Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex II



ทำไมถึงซื้อมาใช้
1. เห็นในรีวิวมีคนพูดถึงตัวนี้ เลยตัดสินซื้อมาลอง


          ปกติที่ใช้แล้วถูกใจคือ SKII เป็นน้ำตบกับครีมกระปุกแดง ใช้สองตัวนี้แล้วหน้าเด้ง นุ่ม มีแต่คนทัก แต่น้ำตบหมดไวมาก แล้วราคาแพง แถมที่ประเทศนอร์เวย์ที่เราอยู่มันไม่มีขาย เลยอยากหายี่ห้ออื่นที่มันมีขายทั่วไป จึงได้ซื้อยี่ห้อ Estee Lauder  ตัวแรง




          อันซื้อมาจากสนามบินที่ USA ขนาด 100 ml จัดไซค์ใหญ่เลย ราคา 4,503 บาท ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ราคามันคุ้มกว่าไซค์เล็ก เลยรีบซื้อมาเลย

หลังใช้คืนแรก ตื่นมารู้สึกผิวกระชับขึ้น พอใจตั้งแต่การใช้ครั้งแรก




วิธีใช้
1. ใช้ทาหลังล้างหน้าเสร็จ ตอนกลางคืน
2. หยด 2 หยด บนนิ้ว ลูปไล๊ขึ้นให้ทั่วใบหน้า



สรรพคุณที่เห็นผลจริง ใช้จริง ซื้อจริง
- ผิวหน้ากระชับ
- รูขุมขนกระชับ
- ลดริ้วรอย 
- ซึมเร็ว ไม่เหนียว
- ผิวแข็งแรง
- เหมาะกับทุกสภาพผิว


ผลลัพธ์บนใบหน้า ให้คะแนน 8/10
ราคา                      ให้คะแนน 7/10

Review น้ำตบ SKII : Facial Treatment Essence พิเทร่า กับ ครีม R.N.A.Power Radical New Age




ทำไมถึงซื้อมาใช้
1. เป็นสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น น่าเชื่อถือ
2. คนรีวิวว่าดีเยอะ แต่คนที่ใช้แล้วไม่โอก็มีเยอะด้วย
3. มันมีโปรราคาดีที่ชิบุย่า ก็เลยลองซะ


          ตอนซื้อมาลองใช้ช่วงแรกๆ ใช้น้ำตบเฉยๆ หน้าไม่สะเทือนอะไรเลยนะ สำหรับเรามันต้องใช้คู่กับ
R.N.A.POWER RADICAL NEW AGE  ตัวกระปุกแดง ช่วยลดเลือนเส้นริ้วรอย ผิวเรียบเนียน กระชับ รู้สึกดีกว่าครีมตัวอื่นที่ใช้ สองตัวนี้ทำงานคู่กันได้ดีมากๆๆๆๆๆๆๆ เห็นผลเป็นที่พอใจสุดๆๆๆๆๆ



วิธีใช้ 
1. หลังล้างหน้าเสร็จ เขย่าน้ำตบ
2. หยดลงบนสำลีแผ่นสัก 4-5 หยด (เคล็ดลับควรเลือกซื้อสำลีแผ่นบางๆ จะได้ประหยัดน้ำตบ)
3. นำสำลีแผ่นนั้นไปตบๆ บนใบหน้าให้ทั่วสักนาทีกว่าๆ
4. เสร็จแล้วตามด้วยครีมกระปุกแดง 
5. ทำแบบนี้ทุกเช้า และก่อนนอน


สรรพคุณที่เห็นผลจริง ใช้จริง ซื้อจริง เมื่อใช้สองตัวนี้ร่วมกัน
- ผิวเรียบ เนียน กระชับ
- ซึมเร็วไม่หนักหน้า
- นุ่ม ฟู มีออร่า มีแต่คนทัก ทำให้มั่นใจกับผิวหน้าตัวเองมากๆ
- ตัวกระปุกแดงเราใช้ทั้งกลางวันและกลางคืน 


สิบเดือนมาแล้วยังไม่หมดเลย

ข้อเสีย
- ราคาแพง
- หาซื้อยาก สำหรับเราอยู่ประเทศนอร์เวย์
- น้ำตบหมดไวมาก ขนาดใช้ประหยัดมาก ใช้ได้เกือบสองเดือน ไซค์ 75ml 



คะแนนสำหรับสองตัวนี้ ใช้คู่กัน

ผลลัพธ์บนใบหน้า ให้คะแนน 10/10
ราคา                      ให้คะแนน 4/10

วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Tattoo รอยสักแรกที่ สักลาย สตูดิโอ


เหตุผลของการอยากมีรอยสัก
- คิดว่ารอยสักสอยดี ชอบแบบที่เป็นสี มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์โลโก้ของความเป็นตัวเรา

คิดนานไหมกว่าจะตัดสินใจสัก
- นานมาก....คิดมาหลายปี ว่าอยากมีรอยสัก แต่ติดที่กลัวเจ็บ แต่ก็มาคิดว่า ยังมีความเจ็บอะไรอีกที่เราจะทนไม่ได้ เคยเจาะจมูกก็เจาะมาแล้ว รู้สึกดี สะใจ หาหมอฟันก็หามาแล้ว หาบ่อยมาก ยาชาไม่ลง เจ็บก็ทน แบบมันส์ ทีนี้ก็เลยคิดว่า การสักจะเจ็บสักเท่าไหร่เชียว


เช็ค จุดความเจ็บ 
สีเขียวคือ เจ็บน้อยสุด , สีแดงคือ เจ็บมากสุด


          พอเราไม่กลัวเจ็บ เราก็พร้อมในระดับหนึ่งที่จะทำ ที่นี้ก็คิดว่าจะเอาลายอะไรดี การเลือกลาย ตรงนี้คิดยากหน่อย เราต้องคิดว่า เราชอบอะไร อะไรที่สามารถบ่งบอกความเป็นตัวเรา  เขียนลิสมาเลย เลือกสิ่งที่ชอบที่สุด และลองขีดๆ เขียนๆ ดู หรือไม่ก็ดูเว็บนี้ https://www.pinterest.com/categories/tattoos ก็จะช่วยไขไอเดียให้ออก ความสร้างสรรค์ก็จะมา เลือกดูแบบ ลายเส้น ต่างๆ แล้วมามิกซ์ในสไตล์ของตัวเอง 

          เราใช้เวลาเลือกอย่างจริงจัง อยู่ 2-3 เดือน เพราะร้านที่เราทำเป็นร้านที่ต้องจองเวลาล่วงหน้า 1 เดือน ดังนั้น ต้องคิดลายให้ร้านดู เพื่อคุย ปรึกษา ต่างๆ เช่น ราคา ระยะเวลา  เป็นต้น และทางร้านก็จะช่วยปรับลายเส้นใหม่ ให้สวย และทำออกมาให้เหมาะกับบุคลิกของผู้สักมากที่สุด

          โดยส่วนตัว เราชอบหัวกระโหลก และ ดอกซากุระ มากๆ เราเป็นคนสองบุคลิก เป็นคนแข็งๆ ชอบฟังเพลงแนวแบล๊ค เมทัล หรืออีกบุคลิก เป็นคนชอบอะไรหวานๆ ฮัลโหลคิตตี้, แบ๊วๆ อย่างญี่ปุ่น และดอกซากุระ จนได้ลายที่ชอบที่สุดมา


นี่คือ ลายเราคิดเอง และส่งปรึกษาให้ทางร้านดู


          ควรเลือกจุดสัก เลือกลายสัก ให้เหมาะสม และต้องไม่กระทบต่อหน้าที่การงาน ดูว่าเราเป็นคนชอบโชว์ลายสักมากแค่ไหน บางคนอยากรอยสักเห็นชัดๆ สักตามแขน ตามคอ ตามขา แต่บางคนอยากสักใต้เสื้อผ้า ก็จะดี สำหรับวัฒนธรรมไทย ที่ไม่ค่อยเปิดเรื่องการสัก สักเท่าไหร่.....ส่วนตัวเราก็เลือกจุดอยู่นานเหมือนกัน จนสรุปได้ว่า อยากได้ตรงด้านหลัง 

การเลือกร้าน
- เราเลือกร้านที่เน้นความสะอาดมากที่สุด ตอนแรกก็เซิสๆ กูเกิ้ลว่าร้านไหนทำดี แนวเส้นญี่ปุ่น อยู่ใกล้ในเมือง พอได้ลิสชื่อร้าน ก็อ่านรีวิว เช็คเว็บไซค์ และแนวคิดอุดมการณ์ของร้าน 


         
          เมื่อถึงวันที่ทำ (26-01-18) ควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ทางร้านเค้าแนะนำมา ส่วนเรา นอนไม่หลับค่ะ ฮ่าๆ เจ็ทเลค ขณะสัก ควรทำตัวผ่อนคลาย ทำใจให้สบาย อย่าเกร็ง ถึงแม้ว่าจะเจ็บ หากอยากรู้สึกเจ็บน้อยลง แนะนำ ให้ฟังเพลงมันส์ๆ หรือเล่นเกมในโทรศัพท์ไปด้วย เพราะสมองจะได้เบี่ยงเบนไปสู่จุดอื่น

          บรรยายความเจ็บ อย่างที่หลายคนบอก คือ มันเป็นความเจ็บที่ทนได้ แต่รู้สึกเลยว่า เหมือนมีมีดกรีด ยิ่งใกล้กระดูก ยิ่งเจ็บหนัก แต่อย่างที่บอก เป็นเจ็บที่ทนได้ ไม่ได้โวยวาย ส่งเสียงอะไร ใช้เวลาเจ็บอยู่ชั่วโมงครึ่ง พอเสร็จก็ดีใจมาก 




ตอนเพิ่งทำเสร็จสดๆ ร้อนๆ เลือดก็จะซึมๆ 



เป็นคนอ่อนโยน และมีความแข็งแกร่งในตัว
จึงออกมาเป็นลายนี้

          วันที่ทำเสร็จ รอกี่ชั่วโมงจำไม่ได้ ก็อาบน้ำล้าง ถูๆ จนกว่าความมันจะหมด หลังจากนั้นทำให้แห้ง และทายาบางๆ วันละ 3 ครั้ง ยานี่ได้จากทางร้าน ทาจนกว่า สะเก็ดจะหลุดหมด ห้ามโดนสบู่ โดนน้ำให้น้อยที่สุด ไม่โดนเลยก็ดี 

นี่คือ พี่ปู คนที่สักให้ 
พี่เค้าใจดี ฝีมือดี และมีแนวคิดสร้างสรรค์

ผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ เริ่มคัน ยิบๆๆๆๆๆๆ ทรมานมาก คันอยู่ 4-5 วัน คันจนนอนไม่ได้ ลายนี้สนนราคาที่ 7,000 บาท พอใจมากๆ ค่ะ


เว็บไซค์ร้าน สักลาย สตูดิโอ

ทำผม The Cortice สยาม ครั้งที่2 ครั้งนี้ไม่โอ!

ทำผมที่ The Cortice ที่สยาม เป็นครั้งที่ 2

ครั้งนี้ไม่โอเคอย่างแรงส์!!
เพราะเปลี่ยนช่าง!!


          พอดีเค้ามีโปรโมชั่นของช่างใหม่ 3,500 บาท ทุกความยาว ไม่ว่าจะดัด ยืด ราคาเดียวสำหรับเดือนมกราคม 2018 ก็เลยลองดูจ้า เราอยากได้แบบยืดตรง แต่ตรงปลายมีวอลุ่มนิดนึง


สิ่งที่ฝัน....

  
เริ่ม....
สระผม ลงน้ำยา สระผม หนีบยืดตรง ลงน้ำยาล๊อคผม สระผม

ลอนปลาย

เข้ายานแม่ ทรีทเม๊นมั๊ง จำไม่ได้


          สรุป ไม่ค่อยเป็นไปตามที่ฝันสักเท่าไหร่ คือ ไม่เหมือนในรูปที่โชว์อะ พยายามมโนแล้ว ก็ไม่คล้ายสักนิด แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่ปัญหา รูปด้านล่าง คือ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ มันก็จะงงๆ ลอนแปลกๆ ตรงที่ดัดผม ช๊อตเสียมากๆ ต้องตัดทิ้ง แย่มากๆ ส่วนตรงที่ยืดตรงโอเค ไม่มีปัญหา

ตรงที่ดัด ผมช๊อตหมดเลย 
ขนาดตัดผมเสียออกไปอย่างเยอะ ก่อนทำนะ

          เราเคยทำผมกับ อ.มิน ครั้งที่แล้วบอกเลย ผมไม่เสียสักเส้น เราไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจเกี่ยวกับน้ำยา ตอนนั้นทำราคา 5,700 บาท ส่วนตอนนี้ทำกับช่างใหม่ 3,500 บาท ราคาก็ต่างกันเยอะอยู่ แต่ถ้าเรารู้ว่า ทำราคาถูกแล้วผมเสีย เราก็คงจะไม่ทำหรอกนะ ก็เซ็งอะ คงไม่ทำแล้ว เบื่อ เสียเงินเพื่อทำให้ผมเสียเหรอนี่ อยู่ดีไม่ว่าดี แต่ก็คงอยู่ที่ช่างและน้ำยาแหละ กว่าผมจะยาวได้ใช้เวลาเป็นปี



อัพเดทล่าสุด 
อนนี้ตัดผมที่ดัดออกทั้งหมด เพราะมันเสีย ช๊อตมากๆ  
เสียทั้งเงิน เสียทั้งผม

รูป วันที่ 6 พค. 2018



_____________________________________________________________________
          ตอนแรกผมยาว ก่อนตัดยาวถึงกลางหลังเลย เราเป็นคนผมหยักศก ถ้าสระผมแล้วปล่อยให้แห้งเองนะ ผมฟูมาก......ผมเราแห้ง เสียปลาย ช่างเลยให้ตัด เรานี่เสียดายมาก แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอให้มันยาวใหม่ก็ได้ และจะไม่ตัดอีกแล้ว!!




ก็ยังกลัวถ้าจะกลับไปอีก มันหลอน....
ไว้เปลี่ยนร้านแล้วจะมีรีวิวใหม่นะคะ
เจอกันปี 2020
       

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

Review : ร้านทำผม The Cortice @สยาม

อัพเดทด้านล่าง 
หลังจากผ่านไป 6 เดือน

          ตรงข้ามสยามพารากอน ร้านอยู่ตรงสถานีสยาม ถ.อังรีดูนังค์ ปากซอยจะเป็นร้านบูธ เดินผ่านไปประมาณ 10 ร้าน ก็จะเห็นร้าน The Cortice 
ต้องโทรนัดคิวล่วงหน้า
www.wongnai.com
www.techyladygogo.com

          เราไปทำผมที่ร้านนี้เมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 2015 เวลา 10:00 ก็ไปนั่งรอประมาณ 15 นาที ทำกับอาจารย์มิน สิ่งที่เราทำคือ ยืดโคน ดัดปลาย ตกลงราคากันอยู่ที่ 5,700 บาท จาก 9,900 บาท ลด 40% 


          ดัดแบบ Fusion PermLong hairtype3 แต่จริงผมเราก็ไม่ค่อยเสียนะ แต่ราคา type 2 กับ 3 ราคามันต่างไม่มาก เลยเลือก type3 ไป ได้ทรีทเม๊นโน่นนี่ราคาเต็ม 9,900 bath


          ก่อนที่จะเลือกทำผมร้านนี้ เลือกอยู่นานมาก อ่านๆ จากรีวิวในอินเตอร์เน็ต และก็มาตกลงปลงใจกับร้านนี้ เพราะมีโปรโมชั่นอยู่พอดี 

          สิ่งนึงที่งงกับวันนั้นคือ เค้าไม่พูดสักคำว่า จะตัดผมเรา ผมเรายาวถึงหลังค่ะ พอเห็นในกระจกอีกที เค้ายกผมขึ้นมาตัดๆๆๆ ก็อึ้ง แต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่เป็นไรเปลี่ยนบ้างอะไรบ้าง แต่คือ เค้าน่าจะบอกเราก่อนว่าจะตัดผมเราอะ
หน้าอิเดี๊ยนแบบเซ็ง แต่ก็เอาวะ เปลี่ยนบ้างไรบ้าง

          การบริการภายในร้านก็ดีค่ะ มีน้ำดื่มมาบริการ และถ้าหิวสั่งอาหารมานั่งทานได้ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน จานนี้ 110 บาท รสชาดใช้ได้ค่ะ แต่กินลำบากนิดนึง
คนขวาในรูป มือหนักมาก หนักทุกอย่าง ทั้งสระ ทั้งเป่า

          รูปยืนยัน ว่ากินลำบาก เกรงใจด้วย แบบเค้าทำผมให้เรา แล้วเรานั่งกิน รู้สึกไงไม่รู้ สักพัก เค้าก็ยกมาวางบนให้เรา แล้วบอกว่ากินได้ เราก็อ่ะๆ กินก็กิน

          ตอนแรกสระผมกับพนง.คนผอมๆ นางสระดีมาก เกาไม่เจ็บเลย มือนิ่ม แต่หลังจากนาง ก็เป็นพนง.อีกคนมาสระให้ เกาเจ็บมาก สระแรง น้ำกระเด็นไปหมด ตกลงสระกับนางคนมือหนักหลายรอบเลยค่ะ

          เราจำขั้นตอนต่างๆ ไม่ได้ เค้าก็ไม่ได้พูดอะไร ว่าทำอะไรบ้าง แต่รู้สึกตอนวิเคราะห์สภาพผมนี่ นานมาก เสียเวลาไปเยอะ เอาง่ายๆ รวมๆ ชม.ที่ทำ 6 ชม. 30 นาที

          อาจารย์มิน ไม่ได้รับผิดชอบทำผมเราคนเดียวในชม.นั้น มีพนง.หลายคนเข้ามาเกี่ยวเพียบ ส่วนอาจารย์มิน จะทำในส่วนหลักๆ และดูอยู่ห่างๆ เช่น ตัดผม และดัดผมให้เรา 

อาจารย์มิน พูดจาดี สุภาพ และบริการดีมากค่ะ

          ตอนนี้ตกใจมาก!! ดัดม้วนขึ้นไปขนาดนี้เลยเหรอนี่ ออกมาป้าแน่ๆ ลุ้นสุดๆครั้งแรกในชีวิต กับการดัดผม

          มาเป่าผมให้อิเดี๊ยน 3 คนเลยอะ คือต้องเร่งเวลา เพราะนั่งนานมากแล้ว

          เสร็จแล้ว ออกมาเป็นแบบนี้ 
เฮ๊ย รู้สึกแปลก ไม่ชินเลยอะ มันลอนมากเกินไป

แกเป็นใครอะ แอบรับไม่ได้ ฮาๆๆ
--------------------------------------------------------------------

          หลังสระหลายรอบแล้ว เซ็ตๆ สางๆ ให้มันยุ่งๆ จะได้ลอนใหญ่หน่อย แลดูเป็นธรรมชาติดี (หลังสระผม เป่าๆ ลอนให้แห้ง และใช้นิ้ว หมุนๆๆๆๆ อย่าหมุนแน่น ไม่งั๊นจะได้ลอนเล็ก)

บางทีก็ลอนยุ่งมาก แตก ฟู เซ็ตไม่ค่อยเป็น
แต่ก็แนวอะ

เซ็ตไม่เหมือนกันสักวัน แต่ชอบแบบฟูๆ มากกว่า
พี่ไปซิ่งแป๊ป!!

          สรุป ช่วงแรกๆ รับไม่ได้เลย เพราะมันอาจจะยังไม่เข้ากับหน้า แล้วรู้สึกแปลกกับหน้าตัวเอง ไหนจะเซ็ตไม่ค่อยเป็นด้วย แต่พอหลังๆ ก็เริ่มชอบนะ พอดีไปซื้อไอไลด์สีมาติดด้วย ทำให้มีอะไรให้เล่นมากยิ่งขึ้น และรู้สึกว่า พอจะออกไปไหน ไม่ต้องทำอะไรกับผมนัก ก้มหัวลง สางๆๆๆ ก็ออกบ้านได้เลย รู้สึกชอบล่ะ

          และตอนนั้นอยากทำสีผมด้วย ก็คุยกับพนง.ทางเฟสฯ แชท พนง.เค้าก็ดี บอกตรงๆ เลยว่า ถ้าสีแรงๆ ไปจะทำให้ลอนเสีย บลาๆๆๆ และต้องเว้นระยะห่างจากผมที่ทำไปสองอาทิตย์ คือ...เราสามารถเห็นได้ว่า ร้านไม่เห็นแก่เงิน แต่เห็นแก่ลูกค้ามากกว่า ว่าผมลูกค้าจะออกมาเป็นยังไง


ผมไม่เสีย 100%
คุ้มกับเงินที่จ่าย
และ
ไม่ใช่หน้าม้าแน่นอน!!
เพราะไม่ได้ชมตลอดการรีวิว

          เสียงจากเพื่อนบอกว่า ''สวยอะแก ดูเป็นธรรมชาติมาก เท่าไหร่ ที่ไหน'' บลาๆๆๆๆ
รีวิวเสร็จแล้วจ้า

          สภาพผมตอนนี้ ก็ตามร้านบอกประมาณ 6 เดือน ก็คลายความหยิกลง แต่ก็ยังคงมีน้ำยาติดอยู่ถ้าถักเปีย ปล่อยออกมา ก็หยิกได้ทั้งวันจ้า


_____________________________________________

เพิ่งกลับไปทำผมครั้งล่าสุด 
เดือนมกราคม 2018 

>>>>คลิกดูรีวิว ทำผมครั้งที่ 2>>> 


ครั้งนี้ผมเสียค่ะ เซ็ง 
ขอบอกกับตัวเองว่า พอเหอะ 
ผมทำธรรมชาติดีกว่าเยอะ
_____________________________________________

New tattoo รอยสักใหม่ๆ :D

เป็นรอยสักที่เท่าไหร่ไม่รู้ คือ เยอะม๊ากกกกก!!           หากใครไม่ทราบ เราอาศัยอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ ที่ออสโลค่ะ ก็มาอวดให้ดู รอยสักนี้เลิฟม...